Login เพื่อฝาก-ถอน


เทคนิคเอาชนะแบล็คแจ๊คใน5นาที

2019-10-31 22:41:30

เทคนิคเอาชนะแบล็คแจ๊คใน5นาที

“แบล็คแจ๊ค” เกมคาสิโนออนไลน์อันดับหนึ่งที่ใครๆก็ต้องรู้จัก แต่จะมีซักกี่คนที่สามารถขึ้นมาเป็นเซียนแบล็คแจ๊คได้ แล้วอะไรคือเคล็บลับของพวกเขา อยากรู้ใช่ไหมครับ วันนี้เราจะมาเปิดเผยเทคนิคการเอาชนะแบล็คแจ๊ค เล่นอย่างไรให้ชนะ!!! พร้อมแล้วก็ไปศึกษากันเลยครับ

1.) ทำความเข้าใจเกมแบล็คแจ๊คใหม่ อย่างที่ทุกท่านทราบดีอยู่แล้วนะครับว่าพื้นฐานของการเล่นแบล็คแจ๊คคือแข่งแต้มกับดีลเลอร์ ถ้าใครได้แต้มมากกว่าและแต้มไม่เกิน21ถือว่าชนะ แต่ผู้เล่นหลายๆคนมักเข้าใจผิดพยายามทำเลขให้ได้สูงที่สุด ที่ไม่พอก็ขอจั่วเพิ่ม ทั้งๆที่ความจริงแล้วการเล่นแบล็คแจ๊คนั้นคือการที่เราต้องแข่งกับดีลเลอร์เทียบว่าใครได้แต้มสูงกว่านะครับ ดังนั้นถ้าไพ่ออกมาแล้วมีแนวโน้มว่าจะสูงกว่าดีลเลอร์ผู้เล่นก็ควรหยุดไม่ต้องขอเพิ่ม ไม่เพียงแค่นั้น ความรู้ในเกมแบบ็คแจ๊คด้านอื่นๆก็สำคัญเช่นการจดจำคำศัพท์ในการเล่นของแบล็คแจ๊ค เช่น Double down, Split, Hit, Stand* เพื่อที่เราจะได้เล่นเกมได้อย่างไหลลื่นไม่ชะงักติขัด และเพิ่มโอกาสในการชนะเดิมพันมากยิ่งขึ้น

คำศัพท์ที่ต้องรู้ในแบล็คแจ๊ค

Double down = เป็นการใช้คำสั่งกรณีลงเงินเพิ่มสองเท่า แลกกับการที่ได้ไพ่เพิ่มอีกใบ อันนี้เราจึงใช้ในกรณีที่เราคิดว่าจะชนะครับ

Split = เป็นคำสั่งที่เราต้องการแยกกอง เมื่อเราเล่นแบล็คแจ๊คเราสามารถของแยกกองได้ โดยเราจะต้องเพิ่มเงินเดิมพันอีกเท่านึง ซึ่งถ้ากรณีของการแยกกิงเราสามารถขอจั่วไพ่เพิ่มได้อีก

Hit = จั่วเพิ่ม กรณีนี้เราจะใช้คำว่า Hit เวลาที่เราต้องการจั่วไพ่เพิ่ม เพราะแต้มในมือน้อยไป จะขอเพิ่มกี่ใบก็ได้นะครับ แต่อย่าลืมว่า แต้มในแลล็คแจ๊คเกิน21เมื่อไหร่ ดีลเลอร์กินเรียบ ต้องระมัดระวังให้ดีก่อนจะ Hit 

Stand = อยู่ พอแล้ว เราจะใช้ในกรณีที่เราไม่ต้องการจั่วไพ่เพิ่มแล้วนั่นเอง คือปฏิเสธการรับไพ่เพิ่มนั่นเอง

แรกๆอาจจะยากหน่อยแต่ถ้าได้เล่นไปซักพักก็จะทำให้มีความชำนาญเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นผู้เล่นจึงควรใช้เวลาช่วงแรกศึกษาตัวเกมให้ดีก่อนลงหนักๆ

2.) หาทางเพิ่มความได้เปรียบในเกมแบล็คแจ๊ค เนื่องจากการเล่นแบล็คแจ๊คผู้เล่นจะไม่สามารถทราบ Hole card และ ไพ่ที่คว่ำอยู่ของเจ้ามือได้ จึงทำให้ผู้เล่นเสียเปรียบดีลเลอร์อยู่นิดๆ ดังนั้นการจะเอาชนะในเกมแบล็คแจ๊คผู้เล่นจะต้องเข้าใจว่าการชนะเกมนั้นอยู่ที่การตอบสนองระหว่างกันระหว่างผู้เล่นและได่ด้วย รวมไปถึงความสามารถในการคาดเดาไพ่ของดีลเลอร์จึงจะทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างกันได้ และผู้เล่นควรให้ความสำคัญกับการจัดการระบบความคิดว่าแต้มเท่าไหร่ควรทำอย่างไรในสถานการณไหน 

3.) ตรวจสอบกฎกติการการเล่นของแบล็คแจ็คออนไลน์

เนื่องจากปัจจุบันมีเว็ปคาสิโนเกิดขึ้นมาก แต่ละเว็ปคาสิโนก็มีกฎการเล่น อัตราการจ่ายที่ไม่เหมือนกันผู้เล่นควรศึกษาถึงกฎการเล่นและอัตราการจ่ายของเว็ปที่ตนเล่นให้ดี โดยควรระวังเว็ปคาสิโนเปิดใหม่ที่อาจจะยังมีระบบที่ไม่มั่นคงถาวรต้องตรวจสอบให้ดีเสมอ ดังนั้นขอแนะนำเลยนะครับให้เล่นเว็ปคาสิโนที่มีความมั่นคงกฎถูกต้องแน่นอน เช่นการเล่นแบล็คแจ๊คที่ปกติผู้เล่นได้21คะแนนตั้งแต่2ใบแรก ดีลเลอร์จ่าย3:2 คือเราเดิมพัน 200ได้300 ถ้าไปเจอที่อื่นที่ให้6:5 เมื่อเทียบกันแล้วแตกต่างค่อนข้างเยอะ ดังนั้นควรศึกษาให้ดีก่อนเล่นครับ

4.) หลีกเลี่ยงการซื้อประกันทุกครั้ง

ในบางเว็ปดีลเลอร์จะเสนอให้ผู้เล่นซื้อประกัน ซึ่งถ้าดีลเลอร์ชนะได้แบล็คแจ๊คและผู้เล่นซื้อประกันไว้ ผู้เล่นจะได้รับเงินตามประกันที่ซื้อไว้คืนมาแต่ไม่ได้รับเงินที่เดิมพัน ฟังดูเหมือนจะได้เงินกลับมาชั่วคราวแต่ในระยะยาวแล้ว แนวโน้มที่เราจะยิ่งเล่นยิ่งขาดทุนยิ่งเยอะและทำให้เว็ปได้เงินเยอะอยู่ดี ดังนั้นผู้เล่นจึงควรซื้อประกันเฉพาะบางช่วงเวลาเท่านั้นตามสถานการณในการเล่นเกมตาที่ผ่านๆมา

5.) รู้จักสร้างกลยุทธ์การเดิมพันตามสถานการณเสมอ

ในทุกๆครั้งของการเล่นแบล็คแจ๊คเราควรจัดการวางแผนเสมอว่าแผนการเล่นของเราจะเป็นอย่างไร เรามีทุนแค่ไหน ถ้าการเล่นแบล็คแจ๊คของเราตานี้ชนะหรือแพ้ตาต่อไปเราควรลงทุนเท่าไหร่ หรือผู้เล่นบางคนตานี้เสียตาหน้าอาจดับเบิ้ลเงินลงทุนเพื่อที่ว่าถ้าชนะก็จะได้กำไรเมื่อนำผลลบผลบวกสองเกมมารวมกัน  หรือก็คือผู้เล่นควรรู้จักลดมูลค่าการเดิมพันของตนลงเมื่อเริ่มเสีย และเพิ่มมูลค่าการเดิมพันขึ้นเมื่ออัตราการเดิมพันดีขึ้นตามที่วางแผนเอาไว้ เช่นในกรณีที่มีไพ่แต้มสูงมากผู้เล่นควรทำแต้มรวมในมือถึง10 จะทำให้มีโอกาสที่จะได้แบล็คแจ็ค ยิ่งเรามีประสบการมากขึ้น เราจะสัมผัสได้ว่าจุดไหนควรเพิ่มควรลดและใช้กลยุทธ์ที่สัมพันธ์กันต่อมาเช่น เมื่อเรารู้สึกว่ามีโอกาสที่จะชนะ เราควรฉวยโอกาสนี้วางเดิมพันมูลค่าสูงทันที

6.) กำหนดค่าไพ่แบล็คแจ๊ค

ผู้เล่นบางท่านอาจเคยได้ยินกลยุทธการนับไพ่ค่าสูง-ต่ำมาบ้าง ซึ่งก็เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่น่าสนใจ กลยุทธ์นี้ผู้เล่นจะนับมูลค่าของไพ่แบ่งเป็น มูลค่า -1 0 +1ดังนี้

ไพ่ 2, 3, 4, 5, 6 =  +1 

ไพ่ 7, 8, 9 = 0

ไพ่ J, Q, K, A = -1

เทคนิคนี้เป็นเทคนิคที่เราจะต้องนับแต้มตามไพ่ที่เปิดออกมา ถ้าเป็น J Q K ในสำรับมากเท่าไหร่ โอกาสที่ดีล้ลอร์จะแพ้และเราจะได้แบล็คแจ๊คก็ยิ่งมีมาก สำหรับกลยุทธ์ค่าสูง-ต่ำนี้ เป็นกลยุทธ์พื้นฐานทั่วไปที่จะถูกใช้ในการนับไพ่ แต่อย่าลืมว่ามันจะต่างออกไปเมื่อมีไพ่ที่มีค่าแรงๆเช่น เอซและ 5 นะครับ

7.) การ Running count

การ running count จะเป็นการใช้วิธีที่ผู้เล่นจะนับไพ่ไปเรื่อยๆ โดยในกรณีนี้จะใช้ไพ่เพียง 1 สำรับและคอยเปิดไพ่ทีละใบทีละใบ เมื่อไพ่ถูกเปิดขึ้น เราก็จะบวกเพิ่มมูลค่าของมันไปเรื่อยๆ เมื่อคืนจั่วได้ 2, 5 และเอซ มูลค่าของไพ่ในมือเราจะเท่ากับ 1 เมื่อไพ่หมดสำรับ มูลค่าของไพ่ในมือเราควรเท่ากับ 0 นะครับ เราสามาระใช้วิธีนี้ในการฝึกฝนเรื่องความคล่องแคล่วและความแม่นยำในการเล่นเกม

8.) วิธี True count

วิธี True count กรือการนับมูลค่าที่แท้จริงของไพ่ เป็นวิธีที่คล้ายๆกับการ Runnign count แต่สิธี True count จะเป็นวิธีที่นำมาใช้เมื่อคาสิโนใช้ไพ่หลายสำรับในการเล่นแบล็คแจ๊ค เมื่อคาสิโนใช้ไพ่หลายสำรับในการเล่น BlackJack การคาดเดาไพ่แบบ Running count จึงใช้ไม่ได้ แต่เราต้องหามูลค่าที่แท้จริงของแต้มไพ่ เช่น ถ้าเราได้แต้ม Running countเท่ากับ 4 ตานั้นเราใช้ไพ่2สำรับ เราต้องเอา4มาหาร2 เพื่อหาค่า True count ที่มีค่า2 แต่ถ้าเราใช้ไพ่ 3สำรับ ค่า True ก็จะเหลือ 1.3 นั่นเอง

ในความเป็นจริงการเล่นไพ่แบล็คแจ๊คนั้นมีปัจจัยและตัวแปรอีกมาก การเข้าใจในทฤษฎีหรือเทคนิคนั้นเป็นสิ่งสำคัญแต่การรู้จักประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสถาณการณ์นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า ผู้เล่นจึงควรศึกษาและฝึกฝนไปพร้อมๆกันเพื่อที่จะประสบผลสำเร็จในการเล่นเกมแบล็คแจ๊คต่อไป

ผู้เขียน : GCLUB เซียนPantip


    กฎและข้อบังคับ

    เกี่ยวกับเรา

    การช่วยเหลือและสนับสนุน